“แม่น้ำแคว” เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงกาญจนบุรี และยังเป็นยาขนานเอกที่ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าของคนเมือง การได้พาตัวเองมานั่งโง่ๆ ริมน้ำ มองดูระลอกคลื่นที่ไหวตามลม ฟังเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ พร้อมจิบกาแฟแก้วโปรด คือนิยามของการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบที่สุด

สำหรับใครที่มีหมุดหมายปลายทางอยู่ที่ River Kwai Jungle Rafts (ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์) แพลูกบวบระดับตำนานที่เน้นความสโลว์ไลฟ์อย่างแท้จริง การเริ่มต้นทริปด้วยการแวะคาเฟ่ริมน้ำเก๋ๆ ระหว่างทาง คือการอุ่นเครื่องร่างกายและจิตใจให้พร้อมรับความสงบวันนี้เรารวบรวม 7 คาเฟ่ติดริมน้ำในกาญจนบุรี ที่คัดมาแล้วว่าวิวปัง บรรยากาศดี และถ่ายรูปสวย ให้คุณได้แวะเช็คอินตลอดเส้นทาง ก่อนจะไปตัดขาดจากโลกภายนอกที่แพของเรา

At Wild Cafe & Restaurant

1. W Story Cafe: จิบกาแฟมุมสูง ชมโค้งน้ำแคว

(พิกัด: วัดถ้ำเขาปูน อำเภอเมือง / ระหว่างทางไปไทรโยค)

เริ่มต้นร้านแรกด้วยคาเฟ่ที่เป็น The Must ของกาญจนบุรี W Story Cafe โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ทำให้ได้วิวแม่น้ำแควแบบพาโนรามาที่สวยสะกดใจ

บรรยากาศร้าน:

ร้านตกแต่งสไตล์ Minimal Modern เน้นโทนสีขาวคลีน ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจกใส การออกแบบเน้นความโปร่งโล่งเพื่อให้ “ธรรมชาติ” เป็นพระเอก ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องมาต่อคิวถ่ายรูปคือ “กรอบรูปกระจกยักษ์” ที่ปลายระเบียง เมื่อคุณเดินเข้าไปยืน จะเหมือนภาพวาดที่คุณลอยอยู่เหนือแม่น้ำและภูเขา นอกจากนี้ หากมองลงไปด้านล่าง จะเห็นรางรถไฟสายมรณะทอดยาวเลียบไปกับแม่น้ำ เป็นจุดชมวิวที่สวยและคุ้มค่ามาก

  • เมนูแนะนำ:
    • Dirty Coffee: กาแฟนมแยกชั้น นมเย็นจัดตัดกับเอสเพรสโซ่อุ่นๆ รสชาตินุ่มนวล
    • Tom Yum Coke: เมนูซิกเนเจอร์ที่นำโค้กมาผสมกับเครื่องต้มยำ ให้ความสดชื่นและแปลกใหม่แบบไทยๆ
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.30 – 18.00 น. (เปิดทุกวัน)

2. The Trigonal by Ravi Rivana: สวนสวยสไตล์ผู้ดีอังกฤษริมแม่น้ำ

(พิกัด: อ.ท่าม่วง / ก่อนเข้าเมืองกาญจน์)

สำหรับสายหวาน สายวินเทจ และคนที่ชอบความหรูหรา ต้องแวะที่ The Trigonal (เดิมชื่อ Ravi Rivana) ร้านนี้สวยทุกมุมจนเมมโมรี่เต็ม

บรรยากาศร้าน:

ทันทีที่ก้าวเข้ามา คุณจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในคฤหาสน์แถบยุโรป ตัวร้านเป็นเรือนกระจก (Glass House) ตกแต่งสไตล์ Vintage Colonial ประดับด้วยแชนเดอเลียร์และของสะสมโบราณ แต่ทีเด็ดคือพื้นที่สวนภายนอกที่กว้างขวาง จัดสวนสไตล์อังกฤษ (English Garden) มีน้ำพุ ซุ้มดอกไม้ และที่นั่งริมแม่น้ำแม่กลอง บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบมาก เหมาะแก่การพาครอบครัวมานั่งจิบชา High Tea ยามบ่าย

  • เมนูแนะนำ:
    • Afternoon Tea Set: ชุดน้ำชาและขนมเค้กจัดวางบนชั้นสวยงาม ถ่ายรูปขึ้นกล้องสุดๆ
    • Pizza Homemade: พิซซ่าแป้งบางกรอบ อบสดใหม่ รสชาติเข้มข้น
  • เวลาเปิด-ปิด: 09.00 – 20.00 น.

3. Din Cafe: โมเดิร์นลักชูรี ริมน้ำสุดชิลล์

(พิกัด: อ.เมือง / ภายในโรงแรม Tara Villa)

หากคุณมองหาความเรียบหรูและเงียบสงบ Din Cafe (ดิน คาเฟ่) คือคำตอบ ร้านนี้ตั้งอยู่ในโรงแรมหรู Tara Villa ริมแม่น้ำแควใหญ่

บรรยากาศร้าน:

ร้านนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่เน้นวัสดุธรรมชาติอย่างไม้และอิฐ ผสมผสานกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว มีโซนที่นั่งแบบ Bean Bag ริมสระน้ำและริมแม่น้ำ ให้คุณได้นั่งเอนหลังแบบสบายๆ มองดูสายน้ำไหลผ่าน บรรยากาศในช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ตกดินจะสวยงามและโรแมนติกมาก แสงสีส้มสะท้อนผิวน้ำ ตัดกับตัวอาคารที่เปิดไฟสลัวๆ

  • เมนูแนะนำ:
    • Coconut Espresso: กาแฟมะพร้าวน้ำหอม ใช้มะพร้าวสดจากสวน หอมหวานธรรมชาติ
    • Mango Sticky Rice Tart: ทาร์ตข้าวเหนียวมะม่วง การนำเสนอขนมไทยในรูปแบบตะวันตกที่อร่อยลงตัว
  • เวลาเปิด-ปิด: 10.30 – 20.00 น.

4. Z2 Cafe (Zanzibar): บีชคลับริมแม่น้ำ

(พิกัด: อ.เมือง / ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว)

อยากเที่ยวทะเลแต่ตัวอยู่ภูเขา? ไม่ใช่ปัญหา! Z2 Cafe (ซีทู) เนรมิตบรรยากาศบีชคลับมาไว้ริมแม่น้ำกาญจนบุรีได้อย่างแนบเนียน

บรรยากาศร้าน:

ร้านตกแต่งในธีม Tropical Beach Club เหมือนยกบาหลีมาไว้ที่นี่ มีสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใส ต้นมะพร้าว และที่นั่งแบบ Cabana ริมน้ำ ไฮไลท์คือการจำลองหาดทรายขาวและเก้าอี้ชายหาด ให้คุณได้ถอดรองเท้าสัมผัสทรายนุ่มๆ จิบเครื่องดื่มสีสวย ริมแม่น้ำแคว เป็นความคอนทราสต์ที่ลงตัวและสนุกสนานมาก เหมาะกับสาวๆ ที่เตรียมชุดบิกินี่หรือชุดกรุยกรายมาถ่ายรูป

  • เมนูแนะนำ:
    • Mermaid Drink: เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาสีพาสเทล แต่งด้วยหางนางเงือก น่ารักจนไม่กล้ากิน
    • Hawaiian Pizza: พิซซ่าหน้าแน่น แป้งหนานุ่ม
  • เวลาเปิด-ปิด: 09.00 – 18.00 น.

5. Vana Cafe (วนา คาเฟ่): กาแฟกลางป่า ริมธารน้ำใส

(พิกัด: อ.ไทรโยค / ระหว่างทางไปท่าเรือ)

ขยับเข้ามาใกล้ที่พักของเราในโซนไทรโยค กับ Vana Cafe คาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ของ “บ้านหอมไทรป่า”

บรรยากาศร้าน:

ชื่อ “วนา” แปลว่า ป่า และร้านก็ตั้งอยู่ในป่าจริงๆ บรรยากาศที่นี่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และเฟิร์นเขียวขจี ตัวร้านอยู่ติดริมลำธารที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี ลูกค้าสามารถลงไปเดินเล่นแช่เท้าในน้ำได้ หรือจะนั่งจิบกาแฟบนแคร่ไม้ไผ่ริมน้ำ ฟังเสียงน้ำไหลและเสียงจักจั่นเรไร เป็นการบำบัดด้วยธรรมชาติ (Nature Therapy) ที่แท้จริงก่อนเข้าสู่ที่พัก

  • เมนูแนะนำ:
    • Vana Coffee: กาแฟสูตรพิเศษของทางร้าน รสชาติเข้มข้น หอมมัน
    • เค้กมะพร้าวอ่อน: เค้กโฮมเมด เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าว
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.00 – 17.00 น.

6. Gloi Cafe (กลอย คาเฟ่): มินิมอลริมน้ำ วิวภูเขา

(พิกัด: อ.เมือง / เส้นเลี่ยงเมือง)

คาเฟ่น้องใหม่ที่มาแรงด้วยความคลีนและความสงบ Gloi Cafe คือนิยามของความ “น้อยแต่มาก”

บรรยากาศร้าน:

ตัวอาคารเป็นทรงกล่องกระจกใส (Glass Box) ที่มองเห็นวิวแม่น้ำและภูเขาได้รอบทิศทาง การตกแต่งเน้นโทนสีขาวและครีม สบายตา ด้านนอกมีสนามหญ้ากว้างขวางที่ลาดลงสู่แม่น้ำ เหมาะแก่การมานั่งปิกนิกหรือพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น (Pet Friendly ในโซน Outdoor) ช่วงบ่ายๆ แสงแดดจะส่องกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ สวยงามมาก

  • เมนูแนะนำ:
    • Gloi Signature Dirty: กาแฟนมสูตรเด็ดที่นมมีความนัวพิเศษ
    • Croffle: ครอฟเฟิลอบใหม่ กรอบนอกนุ่มใน ทานคู่กับครีมสด
  • เวลาเปิด-ปิด: 08.30 – 17.00 น.

7. Jungle Bar by River Kwai Jungle Rafts: บาร์ลับกลางป่าที่คุณรอคอย

(พิกัด: บนแพ River Kwai Jungle Rafts)

และแล้วก็มาถึงปลายทางของเรา… เมื่อคุณจอดรถที่ท่าเรือพุตะเคียนและนั่งเรือหางยาวล่องทวนน้ำมาถึง River Kwai Jungle Rafts คุณไม่จำเป็นต้องมองหาคาเฟ่ที่ไหนอีกแล้ว

บรรยากาศร้าน:

“Jungle Bar” คือบาร์และคาเฟ่ลอยน้ำที่ตั้งอยู่ตรงกลางของรีสอร์ท เป็นจุดนัดพบที่ชิลล์ที่สุดในแม่น้ำแควน้อย

  • No Electricity, Just Vibes: เนื่องจากที่นี่ไม่มีไฟฟ้า คาเฟ่ของเราจึงเน้นบรรยากาศธรรมชาติ 100% กลางวันรับลมแม่น้ำเย็นสบาย กลางคืนจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดให้แสงสลัวสุดโรแมนติก
  • เปลญวนริมน้ำ: สั่งเครื่องดื่มแก้วโปรด แล้วไปนอนแกว่งเปลญวนที่ผูกไว้หน้าบาร์ เอาขาจุ่มน้ำ อ่านหนังสือเล่มโปรด หรือจะแค่นอนมองดูช้างป่าที่อาจแวะเวียนมาดื่มน้ำฝั่งตรงข้าม
  • River Jump: จิบกาแฟเสร็จ ร้อนๆ ก็กระโดดน้ำเล่นได้เลยจากหน้าบาร์!
  • เมนูแนะนำ:
    • Jungle Raft Cocktail: ค็อกเทลสูตรพิเศษในลูกสับปะรดหรือลูกมะพร้าว สดชื่นเข้ากับบรรยากาศ
    • Fresh Fruit Shakes: น้ำแตงโมปั่น หรือน้ำสับปะรดปั่น เติมความสดชื่นยามบ่าย
    • Local Beer: จิบเบียร์เย็นๆ ริมน้ำ เป็นอะไรที่เข้ากันที่สุด

เคล็ดลับการเที่ยวคาเฟ่ริมน้ำกาญจนบุรี

  1. การแต่งกาย: คาเฟ่ริมน้ำส่วนใหญ่มีลมพัดเย็นสบาย แต่แดดอาจจะแรง แนะนำให้เตรียมแว่นกันแดด หมวกสานเก๋ๆ และทาครีมกันแดดให้พร้อม ชุดสีขาว ครีม หรือสีสันสดใสจะตัดกับสีเขียวของน้ำและป่าได้ดี
  2. ช่วงเวลา: หากต้องการเลี่ยงความร้อนและคนเยอะ แนะนำช่วงเช้า (09.00 – 10.30 น.) หรือช่วงเย็น (16.00 น. เป็นต้นไป) แสงจะสวยและอากาศดี
  3. การวางแผน: River Kwai Jungle Rafts ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในไทรโยค แนะนำให้แวะคาเฟ่โซนอำเภอเมืองหรือท่าม่วงก่อน แล้วค่อยมุ่งหน้ามายังท่าเรือพุตะเคียน เพื่อไม่ให้ต้องขับรถย้อนไปมา

บทสรุป: ปลายทางแห่งความสุขที่ River Kwai Jungle Rafts

การได้แวะคาเฟ่สวยๆ ระหว่างทาง เปรียบเสมือนบทนำที่น่าตื่นเต้นของหนังสือเล่มโปรด แต่บทสรุปที่สวยงามที่สุดรอคุณอยู่ที่ River Kwai Jungle Rafts

เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดับลง เหลือเพียงเสียงสายน้ำและแมลงกลางป่า คุณจะได้ค้นพบว่า “คาเฟ่” ที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ร้านที่ตกแต่งหรูหรา แต่คือระเบียงหน้าห้องพักของคุณเอง ที่มีเพียงกาแฟร้อนๆ หนึ่งแก้ว และธรรมชาติที่โอบกอดคุณไว้

วันหยุดนี้… มาใช้ชีวิตให้ช้าลง ล่องแพ และจิบกาแฟริมน้ำที่กาญจนบุรีกันนะครับ👉 จองแพพักสไตล์อีโค่ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้ที่: www.riverkwaijunglerafts.com